อาจารย์เกาหลีเคยพูดกับฉันบ่อยครั้ง ทุก ๆ วันก่อนวันหยุดมาถึง
แต่ไหนแต่ไร ฉันรอวันจะได้หยุดพัก แต่ช่วงนี้ความคิดฉันเปลี่ยนไป
"I hate public holiday.."
เมื่อเวลาที่มองไปรอบ ๆ แล้วไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากเรา
เมื่อบางครั้งหัวใจเราก้ำกึ่งอยู่ระหว่างมีพันธะ และเป็นภาระกับบางคน
เมื่อนั้นเราแทบไม่อยากจะมีเวลาว่างเพื่อหยุดคิด และคิดถึง
ใคร อะไร และสิ่งใด
การนอนหลับเลยเป็นวิธีที่ดีเลิศ ในการเขี่ยขยะทางอารมณ์ที่มันนอน
ขวางทางเดินในสมองเราทิ้งไปซะ
โทรศัพท์ฉันแทบไม่ส่งเสียงอะไร นอกเสียจากข้อความแสดงความใส่ใจ
เล็ก ๆ น้อย ๆ ในตอนเช้า...
ตกเย็นฉันจึงหันไปถามเพื่อนว่า "นี่ไม่มีใครโทรหาเราจริง ๆ เหรอ..?"
ไร้ค่าเสียแล้ว.. เราจ่ายไปเพื่อสิ่งที่ไร้ความหมายหรือนี่
แล้วความรู้สึกของเราล่ะ ทำไมมันจึงราคาถูกนัก
ถูกขนาดที่ว่า ความหมายของตัวมันลดหลั่น ต่ำต้อยลงทุกขณะ
เราจ่ายความรู้สึกเรา เพื่อแลกกับอะไร. . ที่ตอนนี้
' ก็ยังมองไม่เห็น '
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์นั้นซับซ้อน เกินไป
แต่จะทำยังไง ก็เราโชคดีที่เกิดมาเป็นมนุษย์เอง..
ใช่ว่าเลียแก้มกันแล้วรักเลยซะเมื่อไหร่..
เป็นอีกเหตุผลที่หลายครั้งฉันเหนื่อยเหลือเกินที่จะเริ่มต้นใหม่
กับใคร และ ใครที่ไม่รู้จัก
ขั้นตอนที่เราจะเปลี่ยนจากคนแปลกหน้ามาเป็นคนรักกัน
นั้นมันจะใช้เวลานานเท่าไหร่เธอเอ๋ย..
20 มกรา 09
วันนี้ไม่ได้ไปหาเธอ เพราะฉันเรียนทั้งวัน คิวเยอะเสียจนคาดไม่ถึง
แต่ฉันก็บอกเธอไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่าไปหาไม่ได้ ดีที่เธอไม่ได้งอแงนัก
เพียงแต่พูดว่า "งั้นอีกวันเธอต้องมาหาชั้นนะ สัญญานะ"
เธอใช้สรรพนามแปลกไป..
แต่ไหนแต่ไร เราเป็น 'เค้า' กับ 'ตัวเอง' แต่คงเพราะสมองกระเทือนล่ะมั้ง
ก็เล่นตกตึกเสียตั้งห้าชั้นนี่นาที่รัก..
ฉันหวังว่าเวลาจะเริ่มทำให้เธอคืนกลับมาเป็นปกติไม่มากก็น้อย แต่ยังไงก็ตาม..
ให้มันนานเท่าไหร่ เราก็จะผ่านมันไปด้วยกัน.. อย่างที่ฉันบอกเธอ
ว่าต่อให้ต้องเริ่มกันใหม่หมด ฉันก็จะทำ
คืนก่อนฉันไปเยี่ยมเธอ ยังไม่ได้สังเกตุว่าเธอของฉันพูดแปลก ๆ ไป
บางทีชอบเหม่อมองทีวี จนเพื่อนคนอื่นบอกว่า เวลาพูดด้วยผิงไม่พูด ทำเป็นไม่ได้ยิน
อื่ม.. อันที่จริงเธอเพียงต้องการเวลาเท่านั้นเอง เมื่อวานฉันชวนเธอคุยตลอด
จับมือกันไม่ได้ปล่อย ฉันช่วยพี่แต๋วสระผมให้เธอ เธอยังมีอาการปวดหัวอยู่บ้างเวลาเผลอไปจับ
ฉันหยิบหนังสือมาให้เธอดูรูป เริ่มดูแค่รูปไม่ต้องอ่านอะไร และอย่างน้อยเธอก็จำ โฟร์มด ได้ ^^!
แถมยังบอกว่า 'โฟร์ไม่ค่อยสวยแล้ว' แสดงว่า ยังคงจำได้ว่าเมื่อก่อนเคยเห็นโฟร์สวยกว่านี้
เย็นวันนี้ฉันโทรหาเธอหลังจากที่ธุระเสร็จสิ้น เธอว่าฉันอีกแล้วว่า ฉันไม่ไปหาเธอเลย
ฉันเลยช่วยเตือนเสียหน่อยว่าเมื่อวานเอาช็อคโกแลตไปให้ไง จำไม่ได้อีกแล้วเหรอ
ตอนนั้นเวลาใกล้ ๆ หกโมงเย็น เธอว่าพึ่งทานข้าวทานยาเสร็จแล้วก็บ่นเหนื่อย
ฉันเลยบอกให้นอนพัก พร้อม ๆ กันก็ได้ยินเสียงหาวแล้วตอบมาว่า อยากพักแล้วเหมือนกัน
"รักเค้าไหมค้ะ" ฉันถามก่อนจะวางสาย แล้วก็ได้ยินเสียงกระซิบเบ๊า เบาตอบกลับมาว่า รักซี่..
ต่อด้วยคำสั่งว่า ตัวเองรักเค้าเยอะ ๆ นะ นะ นะ
ไม่ต้องสัญยิงสัญญาอะไรกันให้มากความ ทุกอย่างที่ฉันทำในตอนนี้ก็บอกอยู่แล้ววันฉันรัก นะเธอ
ฉันรู้ว่ามันอาจเป็นช่วงเวลาที่ยากเย็นสำหรับเธอ สำหรับฉัน สำหรับพ่อแม่
แต่เราก็จะผ่านมันไปด้วยกัน นะค้ะ..
อยากได้ยินว่ารักกัน - อัสนี วสันต์
วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552
ขอบคุณ
18 มกราคม 09
สามทุ่มวันนี้ฉันไปเยี่ยมเธอหลังจากที่ไม่ได้ไปมาเกือบจะเดือนหนึ่งแล้ว โทรศัพท์ทีแรกแม่บอกว่าเธอหลับไปแล้วแต่ฉันก็บอกท่านว่าจะขึ้นไปหาที่ห้อง แค่อยากไปเห็นหน้า เห็นว่าเธอดูดีขึ้น ฉันคิดถึง..
ไปถึงโรงพยาบาลก็ใกล้สี่ทุ่มแล้ว ฉันเดินหาห้องเธอไม่เจอ ขึ้นไปตึกเก่าที่เธอเคยไป เดินไปชั้นเจ็ดและพบว่าไม่มีห้องพิเศษสองเลย แวะถามพยาบาลเค้าบอกให้ฉันไปชั้น 13 ฉันก็ไปตามนั้น ปรากฎว่าไม่เจออีกครั้ง ใกล้จะสี่ทุ่มแล้วฉันเดินจนเหนื่อยเลยเธอ ฉันถามพยาบาลที่เคาท์เตอร์ชั้นสิบสาม เค้าก็บอกว่าฉันมาผิดตึกแล้วล่ะ เธออยู่ตึกสุจิณโนเป็นแน่เท้
ฉันก็เลยลงลิฟต์มาชั้นกราวด์เหมือนเดิม ถามพนักงานทำความสะอาดก่อนหนึ่งครั้งให้แน่ใจ เค้าก็บอกให้ฉันเดินเลี้ยวขวาออกไปจะเจอตึก ทว่าตึกสุจิณโนมีสองฝั่ง ฉันก็ไม่รู้จะไปทางไหนเจอคุณป้าพยาบาลเดินออกเวรมาพอดี เลยดักถามเค้าสักหน่อย ป้าเค้าบอกว่าอยู่ฝั่งขวาชั้นเจ็ด..
ก็น่าจะเจอแล้วแต่ก็ไม่เจออีก เพราะฉันเดินไปผิดทาง เข้าไปถามในห้องผู้ป่วยรวมเค้าบอกไม่มีชื่อนี้ฉันเลย
ขึ้นไปดูชั้น 13 เพราะบอกว่าพิเศษ 2 เหมือนกัน จนในที่สุด พยาบาลที่ชั้น 13 นี่แหละใจดีช่วยคีย์หาชื่อเธอให้จากในคอมพิวเตอร์ ฉันถึงรู้ว่าที่จริงเธออยู่ชั้น เจ็ดเมื่อกี้นี่แหละ แต่ฉันต้องเดินเลี้ยวขวาเมื่อออกจากลิฟต์ และเธออยู่ห้องพิเศษ 2 ไม่ใช่แค่ พิเศษ 2 บนชั้น 13
เดินไปถึงหน้าห้องฉันง่วงแล้วก็เหนื่อยนิด ๆ แต่เห็นประตูเปิดแง้มทิ้งไว้ สงสัยว่าแม่เธอจะเปิดไว้ให้ฉันรึเปล่า
ภาพแรก เธอโบกมือให้ฉันและมืออีกข้างหนึ่งก็ขยี้ตา.. รู้ไหม..ว่าใจฉันคิดอะไร ฉันกำลังคิดว่า
เธอจำฉันได้รึเปล่า แล้วจะพูดกับฉันได้ไหม เธอของฉันกลับมาแล้วจริง ๆ ใช่ไหม
"ตัวเอง..." เธอของฉันพูดได้แล้ว เสียงงัวเงียไปหน่อยแต่หลังจากนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นเป็นลำดับ
"ไหนบอกว่าหลับไปแล้วไงค้ะ" ฉันว่า แล้วแม่เธอก็บอกว่า เมื่อกี้เธอได้ยินเสียงแม่คุยโทรศัพท์เรียกชื่อข้าวฟ่างเลยตื่นเลย ฉันกวนเธอนี่นา เง้อ..
"วันนี้เค้าเป็นอะไรไม่รู้ เค้าคิดถึงตะเองมั่ก มั่ก มาก" เธอของฉันเหมือนเด็กเลย เธอเหมือนเด็กผู้หญิงคนนั้นที่ฉันรักมาเสมอ เด็กผู้หญิงใส ๆ คนนั้นที่ฉันคิดถึง เธอไม่ได้มีเกราะกำบังเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
"เค้าก็คิดถึงตัวเอง"
"เค้าอยากให้ตัวเองมาหาเค้าบ้าง.." โธ๋..ที่รัก ฉันมาหาเธอบ่อยจะตายไป เธอต่างหากที่จำไม่ได้นะค้ะ
"เค้ามาหาตัวเองบ่อยออกนะ จำไม่ได้เหรอ" เธอส่ายหัวยิก ๆ ตาใสแป๋ว เอามือตบพุงฉันแล้วก็ว่าฉันพุงโตอีก ฉันจับมือเธอ แล้วเธอก็มองแต่พุงฉันอยู่อย่างนั้น
"จุฟ จุฟ หอมแก้มเค้าหน่อย"
ความรู้สึกนี้มันเป็นยังไงกันนะ.. มันอบอุ่น และคุณก็รู้ว่า คน ๆ นี้แหละคือคนที่เรารักเขาได้โดยไม่มีข้อแม้
เราไม่ต้องเป็นแฟนกันหรอก แต่ทำไมฉันรักเธอเหลือเกิน ในคืนวันนั้นที่ฉันรู้ว่าเธอเจ็บ ทุกสิ่งสวยงามที่ฉันมี
เหมือนถูกหักออกเป็นส่วนสัดกระจัดกระจายและหล่นหาย ฉันยังจำความรู้สึกนั้นได้ ที่ฉันได้แต่มอง
ไม่กล้าแม้จะสัมผัส รู้สึกว่าตัวฉันสกปรก และรู้สึกว่าเธอบอบบางเหลือเกิน กลัวเธอจะไม่กลับมา
ชีวิตฉันมันหายไปเสี้ยวหนึ่ง.. มันหายไปฉันรู้ดี ทุกรอยยิ้มของฉันในช่วงเวลานั้นมันไม่เคยเต็มใจ
แต่วันนี้.. เราจับมือกัน เธอพูดกับฉัน หลังจากที่ฉันเฝ้าพูดกับเธอฝ่ายเดียวมาหลายครั้ง
ฉันหอมแก้มเธอได้ฟอดใหญ่ และไม่มีอะไรจะอายอีกต่อไป ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคนเรา
ไม่มีเหลือเวลามากพอให้วางท่าทีต่อกัน
มันเป็นอะไรที่ฉันไม่เคยรู้สึก เธอรู้บ้างไหม ฉันรักเธอเหลือเกิน รักอย่างที่ไม่มีข้อแม้
ฉันรักเด็กผู้หญิงธรรมดาที่นอนอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องเก่งกล้าสามารถ ไม่ต้องสวยเข็ดฝัน
และแข็งแกร่ง โลกตรงหน้าของเธอตอนนี้มันสดใสเหลือเกิน ฉันมองเห็น..
มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เธอพยายามจะเป็นใครที่ไม่ใช่ตัวเธอ.. อย่างเช่นทุกครั้งฉันจะถามเธอเสมอ
ว่ามีอะไรในใจมากมายนัก... ฉันมองเห็น.. และฉันยังเป็นคนนั้นที่มองเห็นหัวใจเธอได้เสมอ
และเธอรู้ไหม กับคนอื่นฉันไม่เคยเป็นเช่นนั้น
ฉันลากลับ เพราะไม่อยากอยู่กวนเธอ พ่อ แล้วก็พี่แต๋ว ดึกมากแล้ว ทุกคนควรจะได้พักแล้ว
ฉันสัญญาว่าพรุ่งนี้จะไปหาอีกพร้อมกับช็อคโกแลต
ขับรถออกจากโรงพยาบาลฉันกับพี่แวะโลตัสซื้อไอศครีมกิน ก่อนจะแวะ 7-11 ซื้อขนมไว้ให้เธอ
เพราะพรุ่งนี้จะได้ออกไปแต่เช้าไม่เสียเวลาซื้ออีก..
ฉันจะขอบคุณอย่างไรดี.. และจะขอบคุณใคร..
หากทุกอย่างได้ถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้ สิ่งที่ฉันจะขอก็คือ ขอให้เธอของฉันเป็นเด็กธรรมดาคนนี้
อย่ากลับไปเป็นใครก็ไม่รู้ที่มีแต่เรื่องทุกข์ใจ เป็นเด็กที่โลกตรงหน้าสดใสอยู่เสมอ..
ฉันขอบคุณสวรรค์ที่ให้เธออยู่ ขอบคุณเธอของฉันที่กลับมา..
รัก
สามทุ่มวันนี้ฉันไปเยี่ยมเธอหลังจากที่ไม่ได้ไปมาเกือบจะเดือนหนึ่งแล้ว โทรศัพท์ทีแรกแม่บอกว่าเธอหลับไปแล้วแต่ฉันก็บอกท่านว่าจะขึ้นไปหาที่ห้อง แค่อยากไปเห็นหน้า เห็นว่าเธอดูดีขึ้น ฉันคิดถึง..
ไปถึงโรงพยาบาลก็ใกล้สี่ทุ่มแล้ว ฉันเดินหาห้องเธอไม่เจอ ขึ้นไปตึกเก่าที่เธอเคยไป เดินไปชั้นเจ็ดและพบว่าไม่มีห้องพิเศษสองเลย แวะถามพยาบาลเค้าบอกให้ฉันไปชั้น 13 ฉันก็ไปตามนั้น ปรากฎว่าไม่เจออีกครั้ง ใกล้จะสี่ทุ่มแล้วฉันเดินจนเหนื่อยเลยเธอ ฉันถามพยาบาลที่เคาท์เตอร์ชั้นสิบสาม เค้าก็บอกว่าฉันมาผิดตึกแล้วล่ะ เธออยู่ตึกสุจิณโนเป็นแน่เท้
ฉันก็เลยลงลิฟต์มาชั้นกราวด์เหมือนเดิม ถามพนักงานทำความสะอาดก่อนหนึ่งครั้งให้แน่ใจ เค้าก็บอกให้ฉันเดินเลี้ยวขวาออกไปจะเจอตึก ทว่าตึกสุจิณโนมีสองฝั่ง ฉันก็ไม่รู้จะไปทางไหนเจอคุณป้าพยาบาลเดินออกเวรมาพอดี เลยดักถามเค้าสักหน่อย ป้าเค้าบอกว่าอยู่ฝั่งขวาชั้นเจ็ด..
ก็น่าจะเจอแล้วแต่ก็ไม่เจออีก เพราะฉันเดินไปผิดทาง เข้าไปถามในห้องผู้ป่วยรวมเค้าบอกไม่มีชื่อนี้ฉันเลย
ขึ้นไปดูชั้น 13 เพราะบอกว่าพิเศษ 2 เหมือนกัน จนในที่สุด พยาบาลที่ชั้น 13 นี่แหละใจดีช่วยคีย์หาชื่อเธอให้จากในคอมพิวเตอร์ ฉันถึงรู้ว่าที่จริงเธออยู่ชั้น เจ็ดเมื่อกี้นี่แหละ แต่ฉันต้องเดินเลี้ยวขวาเมื่อออกจากลิฟต์ และเธออยู่ห้องพิเศษ 2 ไม่ใช่แค่ พิเศษ 2 บนชั้น 13
เดินไปถึงหน้าห้องฉันง่วงแล้วก็เหนื่อยนิด ๆ แต่เห็นประตูเปิดแง้มทิ้งไว้ สงสัยว่าแม่เธอจะเปิดไว้ให้ฉันรึเปล่า
ภาพแรก เธอโบกมือให้ฉันและมืออีกข้างหนึ่งก็ขยี้ตา.. รู้ไหม..ว่าใจฉันคิดอะไร ฉันกำลังคิดว่า
เธอจำฉันได้รึเปล่า แล้วจะพูดกับฉันได้ไหม เธอของฉันกลับมาแล้วจริง ๆ ใช่ไหม
"ตัวเอง..." เธอของฉันพูดได้แล้ว เสียงงัวเงียไปหน่อยแต่หลังจากนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นเป็นลำดับ
"ไหนบอกว่าหลับไปแล้วไงค้ะ" ฉันว่า แล้วแม่เธอก็บอกว่า เมื่อกี้เธอได้ยินเสียงแม่คุยโทรศัพท์เรียกชื่อข้าวฟ่างเลยตื่นเลย ฉันกวนเธอนี่นา เง้อ..
"วันนี้เค้าเป็นอะไรไม่รู้ เค้าคิดถึงตะเองมั่ก มั่ก มาก" เธอของฉันเหมือนเด็กเลย เธอเหมือนเด็กผู้หญิงคนนั้นที่ฉันรักมาเสมอ เด็กผู้หญิงใส ๆ คนนั้นที่ฉันคิดถึง เธอไม่ได้มีเกราะกำบังเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
"เค้าก็คิดถึงตัวเอง"
"เค้าอยากให้ตัวเองมาหาเค้าบ้าง.." โธ๋..ที่รัก ฉันมาหาเธอบ่อยจะตายไป เธอต่างหากที่จำไม่ได้นะค้ะ
"เค้ามาหาตัวเองบ่อยออกนะ จำไม่ได้เหรอ" เธอส่ายหัวยิก ๆ ตาใสแป๋ว เอามือตบพุงฉันแล้วก็ว่าฉันพุงโตอีก ฉันจับมือเธอ แล้วเธอก็มองแต่พุงฉันอยู่อย่างนั้น
"จุฟ จุฟ หอมแก้มเค้าหน่อย"
ความรู้สึกนี้มันเป็นยังไงกันนะ.. มันอบอุ่น และคุณก็รู้ว่า คน ๆ นี้แหละคือคนที่เรารักเขาได้โดยไม่มีข้อแม้
เราไม่ต้องเป็นแฟนกันหรอก แต่ทำไมฉันรักเธอเหลือเกิน ในคืนวันนั้นที่ฉันรู้ว่าเธอเจ็บ ทุกสิ่งสวยงามที่ฉันมี
เหมือนถูกหักออกเป็นส่วนสัดกระจัดกระจายและหล่นหาย ฉันยังจำความรู้สึกนั้นได้ ที่ฉันได้แต่มอง
ไม่กล้าแม้จะสัมผัส รู้สึกว่าตัวฉันสกปรก และรู้สึกว่าเธอบอบบางเหลือเกิน กลัวเธอจะไม่กลับมา
ชีวิตฉันมันหายไปเสี้ยวหนึ่ง.. มันหายไปฉันรู้ดี ทุกรอยยิ้มของฉันในช่วงเวลานั้นมันไม่เคยเต็มใจ
แต่วันนี้.. เราจับมือกัน เธอพูดกับฉัน หลังจากที่ฉันเฝ้าพูดกับเธอฝ่ายเดียวมาหลายครั้ง
ฉันหอมแก้มเธอได้ฟอดใหญ่ และไม่มีอะไรจะอายอีกต่อไป ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคนเรา
ไม่มีเหลือเวลามากพอให้วางท่าทีต่อกัน
มันเป็นอะไรที่ฉันไม่เคยรู้สึก เธอรู้บ้างไหม ฉันรักเธอเหลือเกิน รักอย่างที่ไม่มีข้อแม้
ฉันรักเด็กผู้หญิงธรรมดาที่นอนอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องเก่งกล้าสามารถ ไม่ต้องสวยเข็ดฝัน
และแข็งแกร่ง โลกตรงหน้าของเธอตอนนี้มันสดใสเหลือเกิน ฉันมองเห็น..
มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เธอพยายามจะเป็นใครที่ไม่ใช่ตัวเธอ.. อย่างเช่นทุกครั้งฉันจะถามเธอเสมอ
ว่ามีอะไรในใจมากมายนัก... ฉันมองเห็น.. และฉันยังเป็นคนนั้นที่มองเห็นหัวใจเธอได้เสมอ
และเธอรู้ไหม กับคนอื่นฉันไม่เคยเป็นเช่นนั้น
ฉันลากลับ เพราะไม่อยากอยู่กวนเธอ พ่อ แล้วก็พี่แต๋ว ดึกมากแล้ว ทุกคนควรจะได้พักแล้ว
ฉันสัญญาว่าพรุ่งนี้จะไปหาอีกพร้อมกับช็อคโกแลต
ขับรถออกจากโรงพยาบาลฉันกับพี่แวะโลตัสซื้อไอศครีมกิน ก่อนจะแวะ 7-11 ซื้อขนมไว้ให้เธอ
เพราะพรุ่งนี้จะได้ออกไปแต่เช้าไม่เสียเวลาซื้ออีก..
ฉันจะขอบคุณอย่างไรดี.. และจะขอบคุณใคร..
หากทุกอย่างได้ถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้ สิ่งที่ฉันจะขอก็คือ ขอให้เธอของฉันเป็นเด็กธรรมดาคนนี้
อย่ากลับไปเป็นใครก็ไม่รู้ที่มีแต่เรื่องทุกข์ใจ เป็นเด็กที่โลกตรงหน้าสดใสอยู่เสมอ..
ฉันขอบคุณสวรรค์ที่ให้เธออยู่ ขอบคุณเธอของฉันที่กลับมา..
รัก
วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2552
ห่างหาย เรื่องเยอะ หน้าที่แยะ
17 Jan 09
ได้ข่าวตั้งแต่ต้นอาทิตย์ว่าเธอร่างกายแข็งแรงขึ้นทุกวี่ทุกวัน ใครบอกว่าโลกนี้ไม่มีปาฏิหารย์(เขียนยังไงหน่ะ Miracle) ฉันเถียงขาดใจ อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอาทิตย์สอบที่เหนื่อยหนักสุด ๆ นอนไม่ถึงสามชั่วโมง อ่าหนังสือวันต่อวัน อาหารเช้าเลยถูกรวบรัดไปโปะไว้กับตอนเย็น ประหยัดและลดน้ำหนักไปด้วย (กำลังบ่นอ้วนอยู่เลย เหอๆ สมใจ)
วันอาทิตย์ที่แล้วฉันโทรหาแม่เธอ สวัสดีปีใหม่ แม่เธอก็นินทาเธอใหญ่ว่า เดี๋ยวนี้ ผิงแข็งแรงดีขึ้นทุกวันร้องจะกินนั่นกินนี่อยู่ได้ ฉันยิ้มแล้วก็นึกถึงวันนั้นที่แม่เธอร้องไห้กับฉัน วันนั้นที่เรากลัวจนไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำไป แม่เธออวยพรให้ฉันสอบได้คะแนนเยอะ ๆ ฉันก็เหมือนจะได้อานิสงค์จากคำอวยพรของแม่มั้ง เลยเขียนตอบเขียนตอบ หัวเเล่นดีจัง
เย็นวันนี้มี Rise-up concert ของ korean people ในกลุ่ม international ของเราจัด
ทีแรกฉันคิดจะนอนอยู่บ้านสบาย ๆ ซะหน่อย เพราะเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ แต่คงปัดไม่ได้
เพราะ steven เดินเอาบัตรเข้างานมายัดให้ถึงมือ _ _""
ก็คงต้องไปดู งานนี้จัดกันใหญ่พอสมควรเห็นบอกว่ามีดาราเกาหลีมา วง พารัน อะไรซักอย่าง
steven มามุกกับฉันว่า "เธอจำเพื่อนเธอได้ไหม Ryan วงพารันหน่ะ"
ฉันก็เลยรับมุกหน่อย บอกว่าจำได้ ๆ steven เลยได้ใจ โม้มายาวเหยียด
"I told him that u will go but anyway if you can't he said it's alright."
ฉันก็เลยพยักหน้าขำ ๆ steven ยังไม่จบ
"Um.. he said it's alright cuz he don't care!"
Steve and Matt
อืม... กวน_น
เป็นเหตุผลที่ถ้าใครบอกว่า ผู้ชายเกาหลีใจร้าย หรือหยิ่ง ฉันจะเถียงกลับขาดใจ
แต่ถ้ามีใครบอกว่า คนเกาหลีหน้าตาดีทุกคน อันนั้นฉันไม่แน่ใจ 55
ฉันมีเพื่อนนักเรียนเกาหลี กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ที่เวลามีเรื่องเศร้าใจแล้วไปนั่งกับพวกนี้จะหายเป็นปลิดทิ้ง
อารมณ์ดีกันมาก จนเว่อด้วย อีกอย่างชอบแกล้งจนฉันลืมเศร้าไปเลย
เพื่อนญี่ปุ่นคนหนึ่งเดินมาเล่าให้ฟังแบบตื่นเต้นสุด ๆ ว่า
"ตอนนี้หอพักนานาชาติมีแต่เกาหลีเต็มไปหมดแล้ว"
ฉันถามกลับไปว่าเต็มนั่นเต็มเท่าไหร่ คุณเธอก็บอกว่า about a hundred!!
เอาล่ะ.. ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมช่วงนี้เพื่อน ๆ ชาติอื่น ๆ ดูวุ่นวายใจกันจัง 55
Back เป็นนักเรียนเกาหลีย้ายมาจากเอแบค อายุเยอะกว่าฉันเป็นเหตุให้บางครั้งฉันก็เรียก
ว่าพี่หรือไม่ก็ลุง (ตามเพื่อนญี่ปุ่น) และชื่อแปลก ๆ ของฉันก็มาจากอิตาลุงนี่แหละ
ช่วงที่ผมฉันยาวประบ่า (ก็เรียนหนักนะจะตัดตอนไหนวะ) Back เรียกฉันว่า 'รีทริฟเวอร์'
ฉันก็ไม่ยอมเลยเรียกกลับว่า 'เชา เชา' อิตา back มันยังลุกลามตั้งชื่อให้เพื่อนจีนอีกคน
ที่ชื่อ Allen แต่ไปเรียกเค้าว่า 'โคอาล่า' แต่ชื่อนี้ฉันเห็นด้วยสุด ๆ เพราะหน้า Allen เหมือนเด๊ะเลย
จนกระทั่งความพยายามจะเรียกชื่อภาษาไทยของฉันหมดลง อิตา Back เลยเริ่ม
แปลงชื่อฉันไปเป็นชื่ออาหาร คือ ข้าวผัด ผันมาจาก ข้าวฟ่าง (เพื่อนพูด ฟอ ฟันไม่ถนัดนัก)
และลุงคงเห็นว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะลำบากเรียกมันภาษาไทยทำไม เรียกมันเป็นเกาหลีไปเลย
ฉันเลยรับชื่อ 'บก คึม บั่บ' มาอีกชื่อ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าข้าวฟ่างหรอก ข้าวผัดนั่นแหละ
ทีนี้เวลาเดินเข้าตึกมาปุ๊บ เกาหลีทุกผู้ทุกคนจะพากันตะโกนใส่ฉันว่า
"บก คึม บั่บ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
ฉันเซ็งหนัก ๆ ก็จะตะโกนกลับไปว่า
"Are u hungry, r u hungry!!!???"
_ _"
เอ้อ.. เนี่ยนะ อะไร ๆ ในทีวี มันไม่ได้เป็นเหมือนความจริงหรอก เหอ ๆ
เอาว้ะ เป็นข้าวผัดก็ฟังดูเข้าที เหอ ๆ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
